ขอความเห็นหน่อยค่ะ อยากเลิกกับแฟน -*-
โดย cake_love
cake_love
#1
ก่อนอื่นขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกท่านที่เข้ามานะคะ

น้ำกับแฟนคบกันมาเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ตอนคบกันใหม่ ๆ เค้า Pay มาก ๆ

พาไปทานอาหารร้านดี ๆ พาไปเที่ยว ซื้อของให้ ไม่บ่น อยากไปไหนก็พาไป อยากซื้ออะไรก็ซื้อ

มาจนถึงตอนนี้ไม่รู้เค้าเรียกว่าประหยัด หรือเป็นช่วงหมดโปรโมชั่นของน้ำแล้วก็ไม่รู้

ไม่พาไปทานข้าวนอกบ้านเลย ให้แต่แม่บ้านทำกับข้าวให้ทาน

ไม่พาไปช๊อปปิ้งบ่อย ๆ แบบแต่ก่อน นอกจากจำเป็นต้องซื้ออะไรถึงเข้าห้าง

และเวลาเราซื้อก็ให้เราจ่ายตังค์ไม่เหมือนแต่ก่อนจะรูดให้เราตลอด

น้ำเป็นคนชอบซื้อของทางเว็บ เวลาของมาส่งก็บ่น ๆ ๆ ๆ

ล่าสุดนี่จะไปฮ่องกงกันค่ะ แฟนบอกไม่อยากไป ไม่รู้จะไปทำไมไร้สาระ

น้ำแบบอยากจะร้องไห้ คิดในใจ ถ้าชั้นไม่ไปกะแก แล้วจะให้ชั้นไปกะใครฟระ !!

เค้าก็พูดกลับมาว่า " เลี้ยงหรอ ถ้าเลี้ยงก็ไป " มึนไปเลยค่ะ

เค้าไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเป็นอะไร

ไอ้ที่ว่าให้เลี้ยง ก็เลี้ยงได้ แต่มัยถูกหรอที่เราจะต้องเลี้ยง งั้นต่างคนต่างจ่ายก็ได้

สรุปคือ ตอนนี้ในหัวเค้ามีแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ตลอด จนไม่นึกถึงจิตใจของน้ำเลยอ่ะค่ะ

อยากเลิกกะเค้า แต่ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาพูดว่า เราเลิกกันเถอะ
chananant
#2
ใจเย็น ๆ นะคะ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พูด ๆ กันว่าหมดช่วงโปรโมชั่นอะค่ะ

เคยลองคุยกันตรง ๆ หรือยังคะว่าทำไมเมื่อก่อนเป็นแบบนั้น เดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้ อันนี้ขอยกตัวอย่างเราเองเลย แต่ก่อนเราก็เป็นแบบคุณ จขกท แต่แฟนเราเค้าไม่ได้เปลี่ยนแบบปุบปับ คือเค้าจะค่อย ๆ พูดว่าช่วงนี้ซื้อบ่อยไปแล้วนะ เราก็ว่าอะไรกัน ทีแต่ก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่าถ้ายังมีพฤติกรรมการใช้เงินแบบนี้ ต่อไปมีครอบครัวจะสร้างฐานะกันยังไง จริงอยู่ว่าพ่อแม่เราก็พอมีให้แต่ไม่คิดจะสร้างให้งอกงเงยบ้างเลยเหรอ (ดูมันด่าเรา) จะซื้อก็ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าเป็นความสุขแต่ขอให้เพลา ๆ ลงบ้าง ส่วนตัวเค้าเองมาช่วงหลัง ๆ ก็ประหยัดมากขึ้นเพราะเค้าต้องเก็บเงินค่าสินสอดซึ่งเค้าไม่อยากไปรบกวนญาติ ๆ ซะเต็มจำนวนที่ทางเราเรียกไป (พ่อแม่เค้าเสียหมดแล้ว จริง ๆ ญาติผู้ใหญ่ทางเค้าส่วนใหญ่ก็ดีค่ะ บอกมีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกแต่เค้าเกรงใจ)

คุณต้องคิดอย่างเป็นธรรมน่ะค่ะว่าที่เค้าพูดมันจริงรึเปล่า ถ้ามันฟุ่มเฟือยเกินฐานะหรือเราไร้สาระไปจริง ๆ ก็ควรจะปรับนะคะ ประหยัดน่ะมันก็ดีสำหรับตัวเราเองแน่นอน แต่ถ้านิสัยแบบนี้มันเป็นตัวตนของคุณจริง ๆ เปลี่ยนไม่ได้แน่ ๆ คงต้องยอมรับความจริงค่ะว่าแฟนคุณเค้าไม่ใช่ผู้ชายแบบที่จะอยู่ดูแลคุณได้เพราะคุณเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด เค้าคงไม่เหมาะกับคุณ (ถ้ามันฝืนใจจริง ๆ ไม่แนะนำให้เปลี่ยนตัวเองเพื่อใครค่ะเพราะพูดง่ายแต่มันทำยาก เราเคยลองทำมาแล้ว) เราเชื่อว่ามีผู้ชายอีกเยอะค่ะที่จะเข้ากับคุณได้จริง ๆ หรือคุณอาจจะรักเค้าจริง ๆ ขนาดที่สามารถปรับเข้าหาเค้าได้โดยไม่มีเงื่อนไข

...ขอให้โชคดีนะคะ...
Sweet_Jasmine
#3
นิสัยตามธรรมชาติของผู้ชายจะประหยัดค่ะ แต่อยู่ที่ว่าใครจะแสดงออกมามากน้อยแค่ไหน

ถ้าแฟนของจขกท.มีข้อดีอื่นๆมากมายเยอะแยะ ก็ลองคิดดูว่าทุกคนก็มีข้อเสียกันทั้งนั้น

บางทีแฟนจขกท.อาจจะไปบ่นกับเพื่อนเค้าก็ได้ว่าทำไมแฟนเราฟุ่มเฟือยจัง

แต่ถ้าแฟนจขกท.ไม่มีข้อดีอะไรดีเลย แถมยังประหยัดมากอีก ก็ลองทบทวนอีกทีก็ได้ค่ะ

ไม่ได้ยุให้เลิกกันนะคะ แต่เรื่อเงินมันก็แสดงให้เห็นธาตุแท้ของคนได้เหมือนกัน
Ryu
#4
เค้าแบบว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือ ประหยัดเพื่ออะไรรึป่าวครับ
ตัวผมก็เป็นนา ถ้าช่วงไหนต้องใช้เงินเยอะ หรือช๊อปเยอะๆๆ ก็จะคิดแต่เรื่องเงินๆๆๆ จะหาจากไหนมาเติม อะไรยังไง อิอิอิ

คุยๆกันๆ ดีกว่า คบกันมาตั้ง 2 ปี น่าจะคุยกันได้นะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ (ชอบเห็นคนรักกัน มากกว่าเลิกกัน)
wannit
#5
[SIZE="5"]ไม่มีคำแนะนำมาฝาก แต่...
เป็นกำลังใจให้นะคะ:D:D
cake_love
#6
ต้องขอบคุณ คุณ 69 / คุณ Sweet_Jasmine / คุณ Ryu / คุณ wannit มาก ๆ เลยค่ะ

รู้สึกดีค่ะ เหมือนได้แชร์ความรู้สึก ได้ระบายออกมามาก ๆ

เพราะเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยได้คุยกะใครเลยค่ะ เก็บกดมาก ๆ

จริงๆ เราก็ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยอะไรนะคะ ที่บอกว่าแต่ก่อนเค้า Pay เค้าเป็นคน Pay เองโดยเราไม่ได้ขอ

แต่อยู่ดี ๆ มาแบบไม่ควักเลย เราไม่ได้เน้นถึงเรื่อง เสื้อผ้า หน้าผม กระเป๋า รองเท้า ของเราอย่างเดียวนะคะ

วันก่อนให้เงินเรามา 5000-. ให้ไปซื้อของใช้เข้าบ้าน เราก็ซื้อไป 4000-. กว่า ๆ

พอเรากลับมาบ้านถามใหญ่เลย ซื้ออะไรมาบ้าง ซื้อไปเท่าไหร่ ไหนเงินทอน -*-

เราก็อะไรว่ะ ตังค์ทอนแค่ไม่กี่ร้อย ยังทวงอีกหรอ นี่เธอเป็นอะไรของเธอเนี้ย !!!!!!



เคยปรึกษาเพื่อนสนิทเหมือนกัน เพื่อนบอกว่าเค้าอาจจะทดลองดูว่าถ้าเค้าไม่มีตังค์ แล้วแกจะอยู่กับเค้า จะยังรักเค้าอยู่หรือป้าว อะไรแบบนี้

แต่น้ำว่ามันดูอึดอัดไปป่ะค่ะ คิดแต่เรื่องเงิน ๆ จนลืมว่าที่เราอยู่ด้วยกันเพราะอะไร มันลืมไปแล้วจริง ๆ อ่ะค่ะ จริง ๆ น้ำไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินนะคะ เค้าเองก็รู้ว่าน้ำก็ไม่ได้จนขนาดต้องเกาะเค้ากิน

ส่วนตัวพอมี พอกิน ตามอัธภาพค่ะ ไม่รวย ไม่จน แต่อย่างว่าคนเคยมีคนจ่ายให้มา 2 ปี ถึงตอนนี้มาเปลี่ยนไปมาก ๆ เราก็ต้องคิดเหมือนกันอ่ะค่ะว่าเค้าเป็นอะไร


เราเล่าวนไป วนมาไปป่ะค่ะ คือแบบอยากระบาย และอยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจความรู้สึกของเราจริง ๆ อ่ะค่ะ

ถ้าไร้สาระไปก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ -*-
pong-toffee
#7
โปรโมชั่นหมดแล้วคะ
ต่อไปนี้ก็พิจารณาทางผู้ชาย ว่าชอบประหยัด หรือชอบจ่ายให้เรา
แล้วก็มาพิจารณาตัวเอง ว่าชอบช่วยเค้าประหย้ด หรือชอบให้เค้าจ่ายให้
ถ้าเป็นไปในทางเดียวกันก็คบกันต่อ
ถ้าไม่เป็นไปในทางเดี่ยวกันก็แยกทางกัน แล้วไปใช้เงินกระเป๋าใครกระเป๋ามันคะ
chananant
#8
จะบอกว่าเรื่องเงินสำคัญค่ะ สำคัญเกือบจะที่สุดเลยด้วยเพราะถ้าไม่มีเงินจะทำอะไรมันก็ติดขัดไปหมด จะไปนั่งทานข้าวร้านดี ๆ จะซื้อของขวัญให้กันหรือหาโอกาสโรแมนติกมันก็ทำไม่ได้ ความสัมพันธ์จะยั่งยืนได้จะต้องหมั่นสร้างบรรยากาศดี ๆ เพื่อให้ทั้งสองคนประทับใจกันบ่อย ๆ ดังนั้นถ้าไม่มีเงินความสัมพันธ์มันจะค่อย ๆ ห่างกันไปเรื่อยๆ อะค่ะ ถึงจะพอมีพอใช้แต่ถ้าเมื่อใดที่ฝ่ายนึงรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ เมื่อนั้นจะเกิดความรู้สึกว่าอยู่คนเดียวซะยังจะดีกว่า

ที่ว่ารักกันจนกัดก้อนเกลือกินเนี่ยจริง ๆ มันไม่มีหรอกค่ะเพราะสมัยนี้จะซื้อเกลือยังต้องใช้เงินเลย

ถ้าคุณพิจารณาดูแล้วว่าเราไม่ได้ฟุ่มเฟือยเกินไปก็แสดงว่าเค้าดูแลคุณไม่ได้ตลอดชีวิตหรอกค่ะ เค้าไม่เหมาะกับคุณ ความรักอย่างเดียวไม่พอต้องมีเงินและความเหมาะสมด้วย หรือถ้าเค้ารักคุณจริง ๆ ยังไงเค้าต้องดิ้นรนไม่ให้คุณลำบากจนได้นั่นแหละค่ะ
superMai
#9
พวกเราเป็นสาวยุคใหม่ ต้องเลือกค่ะ ถ้าอยู่กับใครที่อยู่แล้วมันไม่มีความสุข ก็อย่าไปทนเลยค่ะ

สาวยุคใหม่ไม่กลัวโสดค่ะ เรามั่น เพราะเราเลือก และรู้ว่าเราต้องการอะไร

บอกว่าเอาเงินออกให้เค้าไปเที่ยว เอาเงินไปทำบุญให้เด็กด้อยโอกาสยังได้บุญกว่าหรือเปล่า

เราเคยฟังมาอะ แล้วเราก็จำได้เลย เวลาดูแฟนน่ะอย่าดูที่ข้อดี ให้ดูที่ข้อเสียของเขาว่าเราทนได้ไหม เพราะทุกคนยังไงก็มีข้อดีอยู่แล้ว แต่ข้อเสีย ถ้ามันแย่จริงๆ อยู่ด้วยแล้วกลุ้มใจและบั่นทอนกำลังใจ ก็ขออยู่กับคนที่มีข้อดีน้อยหย่อย แต่ไม่ต้องมีข้อเสียมาก ก็จะอยู่กันได้อย่างมีความสุขค่ะ

ยกตัวอย่าง ผู้ชายรูปหล่อ ฐานะดี การงานเยี่ยม แต่เวลาเราคบด้วย กลุ้มค่ะ มีแต่ผู้หญิงเสนอตัว แล้วผู้ชายมันก็หนีไปมีกิ๊กซะงั้น

กลับกัน ไม่ต้องหล่อมาก ฐานะปานกลาง การงานปานกลาง แต่เป็นคนอบอุ่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ชีวิตมีความสุข

ลองคิดดูนะ
noinoi5
#10
Originally Posted by 69
ใจเย็น ๆ นะคะ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พูด ๆ กันว่าหมดช่วงโปรโมชั่นอะค่ะ

เคยลองคุยกันตรง ๆ หรือยังคะว่าทำไมเมื่อก่อนเป็นแบบนั้น เดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้ อันนี้ขอยกตัวอย่างเราเองเลย แต่ก่อนเราก็เป็นแบบคุณ จขกท แต่แฟนเราเค้าไม่ได้เปลี่ยนแบบปุบปับ คือเค้าจะค่อย ๆ พูดว่าช่วงนี้ซื้อบ่อยไปแล้วนะ เราก็ว่าอะไรกัน ทีแต่ก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่าถ้ายังมีพฤติกรรมการใช้เงินแบบนี้ ต่อไปมีครอบครัวจะสร้างฐานะกันยังไง จริงอยู่ว่าพ่อแม่เราก็พอมีให้แต่ไม่คิดจะสร้างให้งอกงเงยบ้างเลยเหรอ (ดูมันด่าเรา) จะซื้อก็ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าเป็นความสุขแต่ขอให้เพลา ๆ ลงบ้าง ส่วนตัวเค้าเองมาช่วงหลัง ๆ ก็ประหยัดมากขึ้นเพราะเค้าต้องเก็บเงินค่าสินสอดซึ่งเค้าไม่อยากไปรบกวนญาติ ๆ ซะเต็มจำนวนที่ทางเราเรียกไป (พ่อแม่เค้าเสียหมดแล้ว จริง ๆ ญาติผู้ใหญ่ทางเค้าส่วนใหญ่ก็ดีค่ะ บอกมีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกแต่เค้าเกรงใจ)

คุณต้องคิดอย่างเป็นธรรมน่ะค่ะว่าที่เค้าพูดมันจริงรึเปล่า ถ้ามันฟุ่มเฟือยเกินฐานะหรือเราไร้สาระไปจริง ๆ ก็ควรจะปรับนะคะ ประหยัดน่ะมันก็ดีสำหรับตัวเราเองแน่นอน แต่ถ้านิสัยแบบนี้มันเป็นตัวตนของคุณจริง ๆ เปลี่ยนไม่ได้แน่ ๆ คงต้องยอมรับความจริงค่ะว่าแฟนคุณเค้าไม่ใช่ผู้ชายแบบที่จะอยู่ดูแลคุณได้เพราะคุณเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด เค้าคงไม่เหมาะกับคุณ (ถ้ามันฝืนใจจริง ๆ ไม่แนะนำให้เปลี่ยนตัวเองเพื่อใครค่ะเพราะพูดง่ายแต่มันทำยาก เราเคยลองทำมาแล้ว) เราเชื่อว่ามีผู้ชายอีกเยอะค่ะที่จะเข้ากับคุณได้จริง ๆ หรือคุณอาจจะรักเค้าจริง ๆ ขนาดที่สามารถปรับเข้าหาเค้าได้โดยไม่มีเงื่อนไข

...ขอให้โชคดีนะคะ...


ตามนี้เลยนะคะ......
WiWiaN_LV_BN
#11
มาดูเพื่อเก็บข้อมูลเผื่อวันหน้าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างค่ะ

จขกท. อย่าเพิ่งด่วนสรุปค่ะ เราอาจจะชินกะการที่เค้า pay ให้มากไปหรือป่าว

เพราะเชื่อได้เลยค่ะว่า มีผู้หญิงไม่น้อยที่คิดว่า สุภาพบุรุษต้องเลี้ยงสุภาพสตรี

แต่จิงๆ แล้ว มันไม่เป็นอย่างงั้นเสมอไปค่ะ สมัยนี้สามี-ภรรยาสมัยใหม่ ยังใช้คนละกระเป๋าก้อมีออก

เยอะแยะค่ะ หรือว่าตอนนี้เค้าต้องการเก็บเงินก้อนไปทำไรที่สำคัญมากๆ รึป่าวค่ะ

อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะยังไงลองคุยกันดีๆให้เข้าใจกันดีกว่าค่ะ คบกันมาก้อ2ปี ก้อไม่ใช่น้อยๆแล้วนะค่ะ
Ryu
#12
Originally Posted by cake_love
วันก่อนให้เงินเรามา 5000-. ให้ไปซื้อของใช้เข้าบ้าน เราก็ซื้อไป 4000-. กว่า ๆ

พอเรากลับมาบ้านถามใหญ่เลย ซื้ออะไรมาบ้าง ซื้อไปเท่าไหร่ ไหนเงินทอน -*-

เราก็อะไรว่ะ ตังค์ทอนแค่ไม่กี่ร้อย ยังทวงอีกหรอ นี่เธอเป็นอะไรของเธอเนี้ย !!!!!!


อันนี้คิดว่าน่าจะผิดปกติมากๆ กะคนที่เคย Pay นะครับ น่าจะมีอะไรแล้วละครับ ไม่ได้ยุนา แต่อยากให้คุยกัน เพราะขนาดแค่เงินไม่กี่ร้อยยังทวงเนี่ย .....น่าคิดครับ

เอาใจช่วยคร๊าบบ:D
ting_ja
#13
เราก็กำลังเป็นนิดหน่อย เนื่องจากซื้อเยอะมาก สามีก็บ่น แต่ไม่ได้ถึงขั้นอะไรรุนแรง

เพราะเราต้องช่วยเค้าประหยัดตอนนี้เพราะกำลังจะซื้อบ้านหลังใหม่

ถ้า เค้ามีเหตุผลจำเป็น มาก เราว่าควรรับฟัง และคอยสนันสนุนกันน่ะค่ะ

เพราะยังไงก็ต้องมีอนาคตที่ดีด้วยกันค่ะ

แต่ถ้า งง จนเกินเหตุ อันนี้ต้องใช้ วิจารณญาณ ของคุณ จขกท. ด้วยน่ะ่

ว่าถ้าเกินไป เลิกโล๊ด ค่ะ
timsum1
#14
[SIZE="4"]อืม......................

การใช้ชีวิตคู่นั้น ในความคิดนะค่ะเราว่า เราควรหันหน้ามาคุยกัน ทุกๆปัญหาที่เกิดจะได้มีทางแก้ไข ว่าสาเหตุที่เกิดนั้นเป็นเพราะเหตุใด

แฟนเราก็เป็นค่ะเรื่องนี้ อยู่ด้วยกันมาจะ 6 ปีแระ แรกๆๆเราก็ไม่เข้าใจ แต่ถ้ามาคิดดีๆๆแล้วนั้น ก็เข้าใจในสิ่งที่เขาได้ทำ
การที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วนั้น ทางการเงินเราก็ควรประหยัดมากขึ้นเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า
ถ้าไม่มีขีดจำกัดด้านการใช้เงิน เช่น สามีก็ใชแต่้เงินๆๆ ภรรยาก็ใช้แต่เงินๆๆๆๆ แล้วบั่นปลายชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไรแล้วเงินเก็บจะมีใหม.แล้วเรื่องที่ตามคือ การทะเลาะและเลิกกัน...อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน วันนี้รวย วันข้างหน้าอาจจน ก็ได้นะค่ะ
แต่ถ้า สามี หรือ ภรรยา รู้จักกินรู้ใช้และเข้าใจกันในจุดประสงค์นั้นๆๆว่าเพื่ออะไร เราว่านะปัญหาก็อาจจะไม่เกิดหรอนะค่ะ

เราว่านะการใช้เงินในปัจุบันนี้ ต้องคิดให้ดีๆๆ อย่างมาก ***อย่างเราอยากไป ฮ่องกง(พึ่งคุยกะคุงแฟนเรื่องนี้เมื่อ 2 วันเอง) แฟนเราก็ถามนะว่าจะไปทำอะไร และทำไม.....ตอนแรกๆๆเราก็โมโหนะ(ก็เราอยากเที่ยวอ่ะเข้าใจป่ะ) แล้วเขาก็บอกว่า การไปเที่ยวเมืองนอกอ่ะ ถึงเรามีเงินเยอะ แต่การเที่ยวบ่อยๆๆ เงินเราก็หมดได้นะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ เที่ยวในเมืองไทยก่อนดีกว่าใหม....ถือเป็นการประหยัดเงิน แต่ได้เที่ยวที่ดีๆๆๆอากาศดีๆๆเหมือนกัน...ลองคิดดูแล้วกันนะ....ตอนเเรกเราก็มีงอลบ้าง แต่มานั่งคิดๆดูแล้วมันก็จริงนะ....

การที่เรา...ได้ให้เวลากับการนั่งคิด และปัญหาที่เกิดว่าเป็นเพราะอะไร และนำไปแก้ไขให้ดีกว่าเดิม
ช่วยทำให้ ชีวิตคู่นั้น ยั่งยืน ยิ่งกว่าเดิม............:D:D:D

****เน่าไปป้าวค่ะ อิอิ****:D:D

[SIZE="4"]
อยากให้ จขกท........ลองคิดทบทวนดูดีๆๆนะค่ะ
เพราะการที่คนเราจะตัดสินใจ ทำอะไรไปนั้นควรคิดดูดีๆๆ
วันข้างหน้าจะได้ไม่ มานั่งเสียใจ กับสิ่งที่ได้ทำไป สู้ สู้ นะค่ะ
chananant
#15
Originally Posted by WiWiaN_LV_BN
มาดูเพื่อเก็บข้อมูลเผื่อวันหน้าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างค่ะ

จขกท. อย่าเพิ่งด่วนสรุปค่ะ เราอาจจะชินกะการที่เค้า pay ให้มากไปหรือป่าว

เพราะเชื่อได้เลยค่ะว่า มีผู้หญิงไม่น้อยที่คิดว่า สุภาพบุรุษต้องเลี้ยงสุภาพสตรี

แต่จิงๆ แล้ว มันไม่เป็นอย่างงั้นเสมอไปค่ะ สมัยนี้สามี-ภรรยาสมัยใหม่ ยังใช้คนละกระเป๋าก้อมีออก

เยอะแยะค่ะ หรือว่าตอนนี้เค้าต้องการเก็บเงินก้อนไปทำไรที่สำคัญมากๆ รึป่าวค่ะ

อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะยังไงลองคุยกันดีๆให้เข้าใจกันดีกว่าค่ะ คบกันมาก้อ2ปี ก้อไม่ใช่น้อยๆแล้วนะค่ะ


แต่เราไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าสมัยนี้ผู้ชายกับผู้หญิงใช้เงินคนละกระเป๋ากันนะคะ ถ้าอย่างนั้นใครจะดูแลใครล่ะ...ดูแลตัวเองก็อยู่คนเดียวดีกว่าอ่า...

ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายเก็บเงินอย่างมากก็ซื้อเสื้อผ้า ของแต่งตัว (เพื่อความเจริญหูเจริญตาและเป็นหน้าเป็นตาให้เค้าเอง) ซื้อของกิน (ก็กินด้วยกันอีก) แต่ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายเก็บเงินจะมีเรื่องออกไปเฮฮากับเพื่อนทันที มีผู้หญิงมารายล้อมพร้อมเสนอตัว ยังไม่นับความใจใหญ่รักเพื่อนให้เพื่อนยืมเงินโดยไม่ได้คืน เอาเงินไปจุนเจือญาติพี่น้อง ทั้ง ๆ ที่เราขอไม่เคยให้และอื่น ๆ เราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเค้าใช้จ่ายเงินไปเพื่ออะไรบ้าง พอถึงเวลาที่เค้าเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีเงินเก็บเราต้องไปช่วยเค้าอีก หรือถึงเวลาเราเดือดร้อนขอความช่วยเหลือ เค้าจะว่าเราว่าเงินไปไหนหมดแล้วก็บ่น ๆๆๆๆ เถียงก็ไม่ได้เพราะเราปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก เห็นเค้าซื้อของไร้สาระน่าเสียดายเงินพอเราเตือนก็ย้อนอีกว่าเกี่ยวอะไรด้วย ไม่ใช่เงินตัวเองซะหน่อย เจ็บใจไม๊ล่ะ

เราเองคุยกับแฟนตั้งแต่แรกเลยค่ะว่าเราจะเป็นคนเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ ถ้าเค้าไม่ไว้ใจเราให้เลิกไปได้เลย คุณอยากจะได้เราเป็นแฟนก็ต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวที่มันเป็นนามธรรมจับต้องได้ให้เราเห็นบ้าง ไม่ใช่แค่โทรจีบเรื่อยเปื่อย

จะตกลงปลงใจกันคุยเรื่อเงินให้รู้เรื่องก่อนเป็นดีค่ะ
timsum1
#16
Originally Posted by 69
แต่เราไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าสมัยนี้ผู้ชายกับผู้หญิงใช้เงินคนละกระเป๋ากันนะคะ ถ้าอย่างนั้นใครจะดูแลใครล่ะ...ดูแลตัวเองก็อยู่คนเดียวดีกว่าอ่า...

ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายเก็บเงินอย่างมากก็ซื้อเสื้อผ้า ของแต่งตัว (เพื่อความเจริญหูเจริญตาและเป็นหน้าเป็นตาให้เค้าเอง) ซื้อของกิน (ก็กินด้วยกันอีก) แต่ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายเก็บเงินจะมีเรื่องออกไปเฮฮากับเพื่อนทันที มีผู้หญิงมารายล้อมพร้อมเสนอตัว ยังไม่นับความใจใหญ่รักเพื่อนให้เพื่อนยืมเงินโดยไม่ได้คืน เอาเงินไปจุนเจือญาติพี่น้อง ทั้ง ๆ ที่เราขอไม่เคยให้และอื่น ๆ เราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเค้าใช้จ่ายเงินไปเพื่ออะไรบ้าง พอถึงเวลาที่เค้าเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีเงินเก็บเราต้องไปช่วยเค้าอีก หรือถึงเวลาเราเดือดร้อนขอความช่วยเหลือ เค้าจะว่าเราว่าเงินไปไหนหมดแล้วก็บ่น ๆๆๆๆ เถียงก็ไม่ได้เพราะเราปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก เห็นเค้าซื้อของไร้สาระน่าเสียดายเงินพอเราเตือนก็ย้อนอีกว่าเกี่ยวอะไรด้วย ไม่ใช่เงินตัวเองซะหน่อย เจ็บใจไม๊ล่ะ

เราเองคุยกับแฟนตั้งแต่แรกเลยค่ะว่าเราจะเป็นคนเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ ถ้าเค้าไม่ไว้ใจเราให้เลิกไปได้เลย คุณอยากจะได้เราเป็นแฟนก็ต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวที่มันเป็นนามธรรมจับต้องได้ให้เราเห็นบ้าง ไม่ใช่แค่โทรจีบเรื่อยเปื่อย

จะตกลงปลงใจกันคุยเรื่อเงินให้รู้เรื่องก่อนเป็นดีค่ะ


[SIZE="3"]
ในส่วนตัวเรานะค่ะ
เรื่องนี้ก็เรื่องสำคัญค่ะ อย่างเรากะแฟน แฟนเราอายุมากกว่า 5 ปี แต่เรื่องเงินถือว่้าโชคดีค่ะ เพราะเขารู้จักใช้จริงๆๆๆ เอาเป็นว่า เราใช่กรเป๋าเงินร่วมกันกินด้วยกัน แต่แยกสมบัติเงินทองคนละบัญชี คือเรามีกัน เราบัญชีนึง แฟนเราบัญชีนึง ส่วนนี้เอาไว้สำหรับถ้าต้องการใช้ส่วนตัวจริง... และมรดกเงินทองอีกบัญชีนึงใช้ชื่อร่วมกันค่ะ สรุปครอบครัวนี้มี 3 บัญชี เพื่อป้องกันการทะเลาะ..
แต่ส่วนมากไม่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างขี้เหนี่ยว 555555
chananant
#17
Originally Posted by timsum1
[SIZE="3"]
ในส่วนตัวเรานะค่ะ
เรื่องนี้ก็เรื่องสำคัญค่ะ อย่างเรากะแฟน แฟนเราอายุมากกว่า 5 ปี แต่เรื่องเงินถือว่้าโชคดีค่ะ เพราะเขารู้จักใช้จริงๆๆๆ เอาเป็นว่า เราใช่กรเป๋าเงินร่วมกันกินด้วยกัน แต่แยกสมบัติเงินทองคนละบัญชี คือเรามีกัน เราบัญชีนึง แฟนเราบัญชีนึง ส่วนนี้เอาไว้สำหรับถ้าต้องการใช้ส่วนตัวจริง... และมรดกเงินทองอีกบัญชีนึงใช้ชื่อร่วมกันค่ะ สรุปครอบครัวนี้มี 3 บัญชี เพื่อป้องกันการทะเลาะ..
แต่ส่วนมากไม่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างขี้เหนี่ยว 555555


อืม...งั้นแสดงว่าของคู่เราไม่เหมือนคนอื่นจริง ๆ ด้วย ของเราจะมีแต่บัญชีชื่อเราบัญชีเดียวเลยค่ะ ตอนที่หมั้นกันก็ยึดที่สวนมาครึ่งนึงแล้วก็รถเค้าโอนมาเป็นชื่อเราแล้ว (โหดไปไม๊เนี่ย) แต่คือคุยกันแล้วว่าเรามั่นใจว่าเราเป็นผู้หญิงจะไม่นอกลู่นอกทางแน่นอน แต่เค้าเนี่ยต่อไปถ้ามันมีอะไรที่ทำให้เผลอไผลเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาหรือไปหลงใครเข้าแล้วอยากเลิกกับเราเนี่ย (มองการณ์ไกลไปไม๊หว่า...) คุณไปได้แต่ต้องไปหาเอาใหม่ข้างหน้านะ อย่ามาเอาเงินในส่วนที่เราร่วมเก็บหอมรอมริบมาด้วยกันไปให้คนอื่น ดังนั้นจะไม่มีบัญชีที่ให้แสดงในภายหลังว่าเป็นสินสมรส (ตอนนี้กำลังใช้อวิชชาหาวิธีซุกเงินอยู่ อิอิ)
pong-toffee
#18
คบกันคาดหวังอะไร
ได้ใจหรือได้เงิน
ใจเราหรือใจเขา
เป็นเราเราจะตอบคำถามให้กับตัวเองก่อน
wannit
#19
Originally Posted by pong-toffee
คบกันคาดหวังอะไร
ได้ใจหรือได้เงิน
ใจเราหรือใจเขา
เป็นเราเราจะตอบคำถามให้กับตัวเองก่อน


[SIZE="5"]ชอบจังค่ะ:D:D
timsum1
#20
Originally Posted by pong-toffee
คบกันคาดหวังอะไร
ได้ใจหรือได้เงิน
ใจเราหรือใจเขา
เป็นเราเราจะตอบคำถามให้กับตัวเองก่อน




[SIZE="6"]ใช่เลย..........ค่ะ ชอบๆๆๆๆๆ และตรงสุดๆๆๆๆ:D
rinsai
#21
คุณโชคดีมากค่ะ

ไม่ต้องดูใครเน้อ...ดูเรานี่แหละค่ะ ไม่อธิบายให้วุ่นวายเวิ่นเว้อนะคะ เอาเปรียบเทียบสั้นๆ ง่ายๆ

เราจบป. โท แฟนยังไม่จบป. ตรี (อายุเท่ากัน)
เราเงินเดือนหลายหมื่น แฟนเงินเดือนไม่กี่พัน
เราซื้อเป๋าตังค์ เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้าให้แฟน แฟนไม่เคยซื้ออะไรให้เรา (วันเกิดก็ต้องทวงเอาอ่ะนะ)
เราให้เงินแฟนเดือนละไม่ต่ำจาก 5000 แต่แฟนไม่เคยให้เงินเรา (บางทีให้มา 500 แต่ก็เอาคืนไป 1500)
เรามีรถ แฟนไม่มี แถมเราต้องขับรถให้แฟนนั่ง
ส่วนใหญ่ไปไหนเราจ่ายตลอด แฟนจ่ายบ้างแต่น้อยมาก


พูดแค่นี้หลายคนก็ถามแล้วว่าคบทำไม... บอกได้คำเดียวว่า "ยังรัก"
และไม่ได้คิดเรื่องอนาคตร่วมกัน เพราะถ้าคิดปุ๊บ ต้องเลิกคบทันทีทันใด
ที่เราคบเค้า เราไม่เคยคบเพื่อหวังให้เค้ามาเติมเต็ม เพราะเรามีเต็มอยู่แล้ว
แต่เราคบเค้าบนพื้นฐานและความคิดที่ว่า "เราพร้อมที่จะอยู่คนเดียว
ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการมีคนรัก
เราเลยคิดว่า "ถ้าเรายังรักกัน และยังไม่เดือดร้อนอะไรมากจากการคบกับเค้า
เราก็ไม่รู้ว่าจะตัดเค้าออกไปจากชีวิตเราทำไม เพราะเราก็ยังรักกัน"


เราจะบอกกับทุกคนเลยว่า...
ใครมาเป็นแฟนเรา ไม่ต้องซื้อนู่นซื้อนี่อะไรให้เราหรอก
ขอแค่รักเราและเอาตัวเองให้รอด ไม่มาเบียดเบียนเราเท่านั้นก็บุญเราแล้วค่ะ


เป็นกำลังใจให้นะคะ เราหวังว่าเรื่องของเราคงทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นนะคะ
peleven
#22
เค้ามีแพลนจะทำอะไรซักอย่างรึป่าวคะ เช่น เก็บเงินแต่งงาน ซื้อบ้าน หรือจะลงทุนทำอะไรซักอย่าง แต่ไม่ได้บอกคุณ ถ้าอยากรู้ก้อลองถามเลยค่ะ บางทีเราเก็บมาคิดเองคนเดียวก้อไม่มีทางรู้ความจริงหรอกค่ะ อยากจะบอกว่าการคิดแทนความรู้สึกคนอื่น บางทีมันอาจทำให้เรากลุ้มไปเองโดยที่ไม่มีอะไรอย่างที่เรากังวลก้อได้ค่ะ เราว่าคุยกันตรงๆ เลยดีที่สุดค่ะ สู้ๆ นะคะ
mamee
#23
มาเป็นกำลังใจให้ด้วยคนค่ะ :)
ogazzang
#24
เป็นกำลังใจให้นะคะ ค่อยๆพูดคุยปรับความเข้าใจกันดีกว่าคะ

ใจเย็นๆน่ะคะ เอาใจช่วยคะ สู้ๆ^^
benji
#25
เค้าอาจจะเก็บเงินไว้ซื้อของใหญ่ไว้ เซอร์ไพร์ หรือป่าว

อิอิ
nutella
#26
อืมม เจ้าของกระทู้ใจเย็นๆนะคะ รู้ว่าเรื่องเงินทองเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยค่ะ แต่สำหรับเราและแฟนเรื่องนี้ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคู่ค่ะ

สมัยเป็นแฟนกันเรายังเรียนอยู่ คุณแฟนทำงานแล้วเป็นคนหาเงินเก่ง เค้าก็ pay ไม่อั้นค่ะ อยากได้อะไรก็ได้หมด

พอเริ่มใช้ชีวิตครอบครัว ช่วงแรกเริ่มมีมรสุมมาเยือน เงินทองเริ่มหาไม่พอใช้ ทางบ้านก็ไม่ช่วยเหลือ(เศร้า) เราก็ยังอยู่ด้วยกันได้ค่ะ ทั้งๆที่เราเองก็ไม่เคยได้ลำบากมาก่อน ต้องประหยัดมาก
ก็ต้องเข้าใจกันค่ะ

ผ่านมาก็หลายปี ชีวิตเปลี่ยนไปแยะค่ะ ทำธุรกิจประสบความสำเร็จ ใช้ชีวิตสบายๆ

คุณcake_love ลองพิจารณาดูนะคะ ช่วงนี้คุณแฟนอาจมีปัญหาการเงิน หรืออาจอยู่ในช่วงที่ต้องละเอียดถี่ถ้วนใช้เงินอย่างระมัดระวังหรือเปล่า สถานการณ์ทางการเงินมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอค่ะ บางทีเราก็ต้องเข้าใจนะคะ ^_^

สำหรับเรา ยังยืนยันว่าเงินเป็นสิงสำคัญมาก แต่ไม่มากไปกว่าความรู้สึกและความรักค่ะ

แต่ถ้าทบทวนแล้วคุณ cake_love ไม่สามารถอดทนสถานการณ์แบบนี้ได้จริงๆ ก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจค่ะ เพราะชีวิตของใครก็ของคนนั้นค่ะ ไม่สามารถเอาเรื่องราวของคนอื่นมาเป็นบรรทัดฐานได้นะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
LoVe59
#27
Originally Posted by rinsai
คุณโชคดีมากค่ะ

ไม่ต้องดูใครเน้อ...ดูเรานี่แหละค่ะ ไม่อธิบายให้วุ่นวายเวิ่นเว้อนะคะ เอาเปรียบเทียบสั้นๆ ง่ายๆ

เราจบป. โท แฟนยังไม่จบป. ตรี (อายุเท่ากัน)
เราเงินเดือนหลายหมื่น แฟนเงินเดือนไม่กี่พัน
เราซื้อเป๋าตังค์ เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้าให้แฟน แฟนไม่เคยซื้ออะไรให้เรา (วันเกิดก็ต้องทวงเอาอ่ะนะ)
เราให้เงินแฟนเดือนละไม่ต่ำจาก 5000 แต่แฟนไม่เคยให้เงินเรา (บางทีให้มา 500 แต่ก็เอาคืนไป 1500)
เรามีรถ แฟนไม่มี แถมเราต้องขับรถให้แฟนนั่ง
ส่วนใหญ่ไปไหนเราจ่ายตลอด แฟนจ่ายบ้างแต่น้อยมาก


พูดแค่นี้หลายคนก็ถามแล้วว่าคบทำไม... บอกได้คำเดียวว่า "ยังรัก"
และไม่ได้คิดเรื่องอนาคตร่วมกัน เพราะถ้าคิดปุ๊บ ต้องเลิกคบทันทีทันใด
ที่เราคบเค้า เราไม่เคยคบเพื่อหวังให้เค้ามาเติมเต็ม เพราะเรามีเต็มอยู่แล้ว
แต่เราคบเค้าบนพื้นฐานและความคิดที่ว่า "เราพร้อมที่จะอยู่คนเดียว
ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการมีคนรัก
เราเลยคิดว่า "ถ้าเรายังรักกัน และยังไม่เดือดร้อนอะไรมากจากการคบกับเค้า
เราก็ไม่รู้ว่าจะตัดเค้าออกไปจากชีวิตเราทำไม เพราะเราก็ยังรักกัน"


เราจะบอกกับทุกคนเลยว่า...
ใครมาเป็นแฟนเรา ไม่ต้องซื้อนู่นซื้อนี่อะไรให้เราหรอก
ขอแค่รักเราและเอาตัวเองให้รอด ไม่มาเบียดเบียนเราเท่านั้นก็บุญเราแล้วค่ะ


เป็นกำลังใจให้นะคะ เราหวังว่าเรื่องของเราคงทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นนะคะ


คุณrinsai แฟร์มากๆ...สุดยอดค่ะ
ชอบประโยคนี้ของคุณด้วย "ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"
zari
#28
เป็นเรา เราจะถามตัวเองก่อนว่า เราเรียกร้องจากเขา มากไปรึเปล่า

เพราะเขาไม่ได้ตัวคนเดียวน่าาาา

เขามีสังคม มีคนรอบข้าง บางทีการใช้เงินของเรากะเขา อาจมีคนอื่นมองๆอยู่ก็ได้

แล้ว ก็มีคนพูดๆกัน พอคนเริ่มพูดมากๆขึ้น

แฟนเรา อาจจะเอากลับมาคิด และเป็นอีกเหตุผลที่เขาเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ค่ะ

บางที เหตุการณ์นี้ อาจทำให้เราได้รู้ว่า เขาแคร์คำพูดภายนอกมากกว่า เรื่องของ เราสองคน

ถ้าแบบนี้ ก็เลิกดีกว่าค่ะ เพราะเขาไม่สามารถดูแลเราได้เลยจริงๆ

ในอนาคตถ้ามีเรื่องมากกว่านี้ ครอบครัวเราล่มแน่

เพราะ อย่างแฟนเรา คบกันมาจะสามปี ก็มีบ้างช่วงโปรโมชั่น

แต่นั่นเป็นตอนที่เรายังเด็ก ทั้งคู่ แต่ตอนนี้ เขาก็เริ่มเบรกเราแล้วล่ะ

เพราะไม่งั้น อนาคตคงแย่ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย ยิ่งแล้วใหญ่เลย


[SIZE="5"]สู้ๆ น่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้
cake_love
#29
ขอบพระคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้น จากใจจริงเลยค่ะ

นั่งอ่านหลาย ๆ รอบ ทุก ๆ คอมเม้นมีความหมายมากค่ะ

จริง ๆ อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับใครบางคน

แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเราเลยทีเดียวค่ะ

เพราะเหมือนกับว่าเรา ใจนึงก็รัก และ ผูกพันมาก ใจนึงก็อึดอัดกับการที่ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้

อ่านซ้ำไป ซ้ำมา ทุกคอมเม้น ทำให้มีกำลังใจ และคิดอะไรได้หลาย ๆ อย่างเลยทีเดียวค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งนะคะทุก ๆ ท่าน
B.P.
#30
เป็นกำลังใจให้คะ ^^
amm
#31
ส่วนตัวนะคะ เราว่าการที่คนเราอยู่ด้วยกัน มันมากกว่าการจ่ายเงินซื้อของให้ หรือเลี้ยงข้าวอ่ะค่ะ มันคือการที่เราสุขด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน คุยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน มีเค้าอยู่เป็นเพื่อนเราจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นคนจ่ายค่ากับข้าวมื้อนี้ ใครจะเป็นคนจ่ายเงินค่ากระเป๋า ค่าเสื้อ ค่ารองเท้า แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเงินไม่สำคัญ แต่ถ้าเราไม่เดือดร้อนที่จะต้องจ่ายเอง หรือเลี้ยงเค้าบ้าง หรือเค้าเลี้ยงเราบ้าง เราว่าเรื่องเล็กค่ะ

แต่ถ้าคุณ จขกท มองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้ หรือคุยกันก็ยังไม่เข้าใจกัน และคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในชีิวต ก็ต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ
superMai
#32
Originally Posted by rinsai
คุณโชคดีมากค่ะ

ไม่ต้องดูใครเน้อ...ดูเรานี่แหละค่ะ ไม่อธิบายให้วุ่นวายเวิ่นเว้อนะคะ เอาเปรียบเทียบสั้นๆ ง่ายๆ

เราจบป. โท แฟนยังไม่จบป. ตรี (อายุเท่ากัน)
เราเงินเดือนหลายหมื่น แฟนเงินเดือนไม่กี่พัน
เราซื้อเป๋าตังค์ เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้าให้แฟน แฟนไม่เคยซื้ออะไรให้เรา (วันเกิดก็ต้องทวงเอาอ่ะนะ)
เราให้เงินแฟนเดือนละไม่ต่ำจาก 5000 แต่แฟนไม่เคยให้เงินเรา (บางทีให้มา 500 แต่ก็เอาคืนไป 1500)
เรามีรถ แฟนไม่มี แถมเราต้องขับรถให้แฟนนั่ง
ส่วนใหญ่ไปไหนเราจ่ายตลอด แฟนจ่ายบ้างแต่น้อยมาก


พูดแค่นี้หลายคนก็ถามแล้วว่าคบทำไม... บอกได้คำเดียวว่า "ยังรัก"
และไม่ได้คิดเรื่องอนาคตร่วมกัน เพราะถ้าคิดปุ๊บ ต้องเลิกคบทันทีทันใด
ที่เราคบเค้า เราไม่เคยคบเพื่อหวังให้เค้ามาเติมเต็ม เพราะเรามีเต็มอยู่แล้ว
แต่เราคบเค้าบนพื้นฐานและความคิดที่ว่า "เราพร้อมที่จะอยู่คนเดียว
ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการมีคนรัก
เราเลยคิดว่า "ถ้าเรายังรักกัน และยังไม่เดือดร้อนอะไรมากจากการคบกับเค้า
เราก็ไม่รู้ว่าจะตัดเค้าออกไปจากชีวิตเราทำไม เพราะเราก็ยังรักกัน"


เราจะบอกกับทุกคนเลยว่า...
ใครมาเป็นแฟนเรา ไม่ต้องซื้อนู่นซื้อนี่อะไรให้เราหรอก
ขอแค่รักเราและเอาตัวเองให้รอด ไม่มาเบียดเบียนเราเท่านั้นก็บุญเราแล้วค่ะ


เป็นกำลังใจให้นะคะ เราหวังว่าเรื่องของเราคงทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นนะคะ



คุณเป็นคนที่สุดยอดจริงๆค่ะ เป็นเราคงทำไม่ได้เลย

สำหรับเรา ถึงจะรัก แต่ถ้าเค้าจะมาเบียดเบียนเรา เราคงไม่เอา

เรามองถึงอนาคตค่ะ จะตระหนักอยู่ว่า เรามีแฟนนะ ไม่ใช่มีลูก เราจะต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผลักดันให้ทั้งเราและเค้า ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ถ้าคบแล้วแย่ลง ไม่มีทางเลยที่เราจะคบ
metaporn
#33
ตอบตามตรงนะคะ ความคิดของเรา คุณต้องดูด้วยนะคะว่าแฟนคุณหาเงินลำบากหรือป่าว
หรือว่าเราช๊อปปิ้งบ่อยหรือป่าว ส่วนมากผู้ชายเค้าไม่ค่อยสนใจเรื่องซื้อของ หรือช๊อปปิ้ง
ประมาณนี้นะคะ เค้ามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็ได้นะคะ เพราะเท่าที่อ่านมาคุณ จขกท ก็คิดมาก
เหมือนกันว่าทำไมแฟนไม่จ่ายให้ ของ ๆ เราไม่ต้องให้ใครเค้ามาซื้อให้หรอกค่ะ ซื้อเองดีกว่า
สบายใจกว่าไม๊ ส่วนคุณแฟนนั้นบางทีเค้าอาจจะรำคาญเราซื้อของก็เป็นไปได้นะคะ
เพราะแฟนเราตอนเป็นแฟน เค้าไม่เคยตามมาจ่ายอะไรให้เลยค่ะ แต่ทานข้าวนอกบ้านนะไป
เพราะว่าทานด้วยกันไงค่ะ แต่เรื่องซื้อของอย่าหวังว่าจะจ่ายให้ ของใช้ส่วนตัวเราเราจ่ายเองนะคะ แต่เราก็อยู่ได้ค่ะ เพราะเราคิดว่าว่าเรารักเค้ามากกว่า ทำให้มองข้ามตรงจุดนี้ไป

แต่พอแต่งงานกันแล้วอยู่ด้วยกันแล้ว เค้าจ่ายค่ะ เพราะเค้าบอกว่าถ้าไม่ซื้อให้เรา จะซื้อให้ใคร
เราเป็นแม่ของลูก แล้วก็ดูแลบ้านให้เค้าเราอยากได้อะไรเค้าก็ซื้อให้ มันตรงกันข้ามกับตอนคบกัน
เลยนะคะ ตอนนี้เลยใช้เงินเค้าทุกบาททุกสตางค์

คุณ จขกท ลองคิดดูนะคะ ที่เค้าไม่ซื้อให้เหมือนเมื่อก่อนเพราะอะไร ลองหาสาเหตุดูก่อน
หรือถามเค้าเลยก็ได้ค่ะ ว่าเค้าคิดยังไงดีไม๊ค่ะ จะได้เคลียร์ค่ะ
Loveyoukids
#34
มีเรื่องจริงจะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง เพื่อนเราคนนึง หาเงินได้เดือนละ 2 ล้าน ให้เมียใช้ชอปปิ้งอย่างเดียวเดือนละ 1 แสน เค้าก็มีชีวิตที่มีความสุขดี ไปเที่ยวเมืองนอกกันประมาณว่าไปหัวหิน มีช่วงหนึ่งผู้ชายก็โทร. มาคุยกะเราว่า ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องเงิน เดือนนี้รายได้ไม่มีเลย เศรษฐกิจไม่ดี บลาๆๆๆ ผู้หญิงก็โทร.มาคุยกะเราว่า อยากซื้อแหวนเพชร เพื่อนๆ ใส่กันวงละล้าน แต่ของเค้าแค่ไม่กี่แสนเอง แต่พี่เค้าไม่ให้ เค้าก็เสียใจ ประมาณว่า ของแค่นี้ทำไมไม่ซื้อให้เค้า แล้วเวลาเค้าคุยกะเพื่อนคนอื่น เค้าก็จะบอกว่า อย่าไปยอมนะ ถ้าเราอยากได้ เค้าต้องซื้อให้ เค้ามีเงิน ของแค่นี้ ถ้าไม่ให้แสดงว่าเค้าไม่ซัพพอร์ตเรา เค้าไม่รักเราจริง เค้ามีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูเราอย่างสบาย บลาๆๆๆ เวลาผ่านไป ผู้ชายเค้าก็ซื้อให้ แล้วเค้าก็เคลียร์เรื่องเงินได้ ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่มันตกตะกอนอยู่ในใจของเค้าก็คือ ผู้หญิงรักเค้าจริงรึเปล่า เค้าทำงานเหนื่อยมากๆ กว่าจะได้เงินล้าน 2 ล้าน ชีวิตเค้าก็ให้ผู้หญิงคนนี้ได้ แต่พอเค้าไม่สามารถซื้อของให้ได้แค่นี้ ผู้หญิงก็โกรธ งอน และไม่สนใจเค้า ซึ่งจริงๆ ผู้หญิงอาจรักเค้าจริงๆ ก็ได้ แต่ไม่ได้คิดอะไร ไม่รู้ว่าแฟนตัวกำลังมีปัญหาอยู่
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคู่ คือการพูดคุยกัน ถ้าแฟนคุณแสดงความเห็นเรื่องเงินกับคุณมาก คุณควรจะถามเค้าไปตรงๆ ว่า พี่มีปัญหาเรื่องเงินหรือเปล่าคะ ต้องการให้เราช่วยอะไรไหม ชีวิตคู่คือ till death do us part นะคะ มันซับซ้อนกว่าที่เราจะ judge อะไรได้เพียงแค่พฤติกรรมบางอย่างของเค้า ขอเป็นกำลังใจให้คุณ เรื่องที่เราเล่า เพียงแค่อยากให้คุณรู้ว่าถ้าเพียงแต่พูดคุยกัน เราอาจจะรู้อะไรมากกว่าที่เราคิดไว้ก็ได้
PAx
#35
ไม่เลี้ยงไม่ว่า

แต่พูดจาทำลายน้ำใจดูถูกกันแบบนี้ไม่ไหวค่ะ

ชีวิตมีทางเลือก

เลือกผู้ชายมาเป็นพ่อของลูกซักคนแล้วให้ผู้หญิงต้องมาทำตัวแบบ "พี่นี้มีแต่ให้" แทนผู้ชาย

แล้วคำว่าหัวหน้าครอบครัวมันอยู่ตรงไหน

ถ้าอย่างงั้นก็เตรียมเป็น single mom ตั้งแต่ลูกยังไม่คลอดเลย

ถ้าผู้ชายไม่รู้จักให้ ก็ไม่ใช่ว่าผู้หญิงควรจะยอม แต่ผู้หญิงควรจะสอนว่าอะไรคือการให้ที่พอดี

แต่ถ้าผู้หญิงใช้เงินเป็นระวิง ผู้ชายก็ควรสอน ว่าอะไรคือการร่วมทุกข์ในการแบกรับภาระร่วมกัน ไม่ใช่ด่าหรือชิ่ง

ไม่งั้นมันก็ไม่เรียกว่ารักกันจริง

ส่วนเคสผู้หญิงเล่นบท "พี่นี้มีแต่ให้" โดยไม่เคยให้ปัญญาผู้ชายเลย ว่าอะไรคือคำว่า "ความรับผิดชอบที่ผู้ชายพึงมี" คำว่าความรักมันไม่มีทางไปไหนได้ไกลหรอกค่ะ ก็จะเข้าเคสได้ผู้ชายหวังสบายเอาเปรียบผู้หญิง

เป็นผู้หญิงก็ควรต้องรู้จักให้ แต่ต้องให้พอดี พ่อแม่เลี้ยงเรามา ไม่ได้หวังให้ใครมาเอาเปรียบไม่ได้หวังว่าอนาคตลูกจะต้องมาคอยหากินเพื่อเลี้ยงผู้ชาย และตรงกันข้าม "พ่อแม่ดีๆ" ก็อยากเห็นลูกตัวเองมีศักศรีดิ์ ไม่อยากเห็นลูกตัวเองเกาะใครกินเหมือนกัน

วกกลับมาที่เคสของคุณเจ้าของกระทู้ ง่ายๆสั้นๆ สำหรับเรา ถ้าผู้ชายคนไหน คบไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ไม่เหมือนตอนแรกที่เริ่มจีบ แค่นี้ชีวิตที่เหลือจะไว้ใจได้อย่างไร แต่ไม่ใช่แปลว่าให้เลิกนะคะ แต่แปลว่าให้สื่อสาร ให้คุยกัน ให้บอกทุกข์ของคุณ และรับรู้ทุกข์ของเค้าด้วย เพราะหากคุณจะซื้ออะไรโดยไม่สนใจว่าเค้าลำบากในการหาเงินมายังไงอันนี้คุณก็เห็นแก่ตัว แต่หากเค้าเองไม่พอใจที่คุณใช้เงินมาก โดยพูดจาทำลายความสัมพันธ์ เช่น "ถ้าเลี้ยงก็ไป" คุณก็ต้องบอกต้องสอนเค้า และคุณเองก็ต้องฟังปัญหาของเค้าด้วย

แต่หากพยายามคุยแล้วหาไม่เจอว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ..ก็ต้องข้อสันิษฐานไว้ ว่าความสัมพันธ์กำลังไม่ราบรื่น ถ้าไม่ใช่เค้ามีใคร ก็อาจจะเป็นเพราะคุณไม่ได้มีความสำคัญเพียงพอที่เค้าจำเป็นจะบอกอะไรให้คุณรับรู้

ปัญหาเดียวมองได้หลายด้านไปหมดค่ะ

แล้วแต่ว่าคุณจะเลือกผูกหรือแก้ คุณเองคงรู้ใจตัวเองดีและตอบได้ดีกว่าใคร
PAx
#36
Originally Posted by 69
แต่เราไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าสมัยนี้ผู้ชายกับผู้หญิงใช้เงินคนละกระเป๋ากันนะคะ ถ้าอย่างนั้นใครจะดูแลใครล่ะ...ดูแลตัวเองก็อยู่คนเดียวดีกว่าอ่า...

ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายเก็บเงินอย่างมากก็ซื้อเสื้อผ้า ของแต่งตัว (เพื่อความเจริญหูเจริญตาและเป็นหน้าเป็นตาให้เค้าเอง) ซื้อของกิน (ก็กินด้วยกันอีก) แต่ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายเก็บเงินจะมีเรื่องออกไปเฮฮากับเพื่อนทันที มีผู้หญิงมารายล้อมพร้อมเสนอตัว ยังไม่นับความใจใหญ่รักเพื่อนให้เพื่อนยืมเงินโดยไม่ได้คืน เอาเงินไปจุนเจือญาติพี่น้อง ทั้ง ๆ ที่เราขอไม่เคยให้และอื่น ๆ เราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเค้าใช้จ่ายเงินไปเพื่ออะไรบ้าง พอถึงเวลาที่เค้าเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีเงินเก็บเราต้องไปช่วยเค้าอีก หรือถึงเวลาเราเดือดร้อนขอความช่วยเหลือ เค้าจะว่าเราว่าเงินไปไหนหมดแล้วก็บ่น ๆๆๆๆ เถียงก็ไม่ได้เพราะเราปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก เห็นเค้าซื้อของไร้สาระน่าเสียดายเงินพอเราเตือนก็ย้อนอีกว่าเกี่ยวอะไรด้วย ไม่ใช่เงินตัวเองซะหน่อย เจ็บใจไม๊ล่ะ

เราเองคุยกับแฟนตั้งแต่แรกเลยค่ะว่าเราจะเป็นคนเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ ถ้าเค้าไม่ไว้ใจเราให้เลิกไปได้เลย คุณอยากจะได้เราเป็นแฟนก็ต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวที่มันเป็นนามธรรมจับต้องได้ให้เราเห็นบ้าง ไม่ใช่แค่โทรจีบเรื่อยเปื่อย

จะตกลงปลงใจกันคุยเรื่อเงินให้รู้เรื่องก่อนเป็นดีค่ะ


เห็นด้วยค่ะ
เราก็เป็นแบบนี้ค่ะ ซึ่งเราคิดว่าเป็นการให้เกียรตเรามากด้วย

เพราะเราเองก็เป็นคนประหยัด และไม่เที่ยว ไม่ฟุ่มเฟือยเลย

ทุกบาททุกสตางค์ เค้าจึงเอามาให้เราเก็บหมด สมบัติทุกอย่างเป็นชื่อเราหมด เพราะเค้าบอกว่าไว้ใจ และไม่สงสัยอะไรในตัวเราเลย และเราเองก็เช่นกัน

เราเห็นด้วยกับคุณ 69 มากๆ โดยเฉพาะที่คุณบอกว่า

"คุณอยากจะได้เราเป็นแฟนก็ต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวที่มันเป็นนามธรรมจับต้องได้ให้เราเห็นบ้าง ไม่ใช่แค่โทรจีบเรื่อยเปื่อย"
cake_love
#37
ตอนนี้สบายใจมากขึ้นค่ะ ก็จะใช้ชิวิตคู่แบบนี้ต่อไปอีกหน่อย ให้เวลามันผ่านไปซักพัก

แต่เราก็คงอึดอัดไม่ใช่น้อยเหมือนกันค่ะ ใจจริงเราก็ไม่ได้อยากให้เค้าออกค่าข้าว ค่าน้ำให้ซะทุกอย่าง

แต่เงินเก็บของเราตั้งแต่เล่น SBN มา 2 ปี ก็เริ่มน้อยลงค่ะ -*-

เราเคยขอเค้าทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เค้าก็ไม่ให้ทำบอกให้เราอยู่เฉย ๆ แต่ก่อนเราก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงชั้นก็ใช้ตังค์เธอ

พอมาถึงตอนนี้ เริ่มไม่ค่อยให้เรา แล้วยังไม่ยอมให้เราทำงานซะอีกค่ะ กลัวเราไปมีคนอื่น ไม่ค่อยให้เราไปไหน มาไหนคนเดียว

เหมือนโดนขังยังไงไม่รุค่ะ แต่เราก็มีความสุขนะคะที่ได้อยู่กะเค้า

ปลงแล้วค่ะ ปล่อยวาง ปล่อยให้เวลาผ่านไป เราคงจะคิดได้ซักทีว่าควรอยู่ต่อ หรือตีจาก
cocoa
#38
ตอนเค้าให้คุณทุกอย่างคุณแสดงความเอื้อเฟื้อมั่งมั้ยคะ
ทุกอย่างมี limit อ่ะค่ะ

สิ่งที่คุณเคยได้ ไม่ใช่สิ่งที่เป็น "หน้าที่" ที่เค้า "ต้องทำ"
แต่เป็น "น้ำใจ" และ "ความรัก" ที่เค้ามอบให้

การที่เค้าไม่ให้ก็ต้องมาพิจารณาดูว่าเค้าเปลี่ยนไปเพราะอะไร
อาจเป็นที่เค้าเอง หรืออาจเป็นที่การรับอย่างเดียวตลอดหนึ่งปีของคุณค่ะ


ขอโทษที่พูดตรงๆ
Meesook
#39
ถ้ากำลังคิดว่าจะอยู่ หรือจะไม่อยู่ด้วยกัน ก็อาจจะต้องดูว่า คุณมองหาอะไรในชีวิตคู่ก่อนนะคะ

บางคนก็มองหาคนที่จะมาเป็นเพื่อนกัน ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน มีบางส่วนที่รับผิดชอบร่วมกัน แต่ก็มีส่วนที่เป็นส่วนตัว ซึ่งแต่ต่างคนต่างก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในชีวิตตัวเอง (ของ Meesook เป็นประเภทนี้ค่ะ เพราะรู้สึกว่าเป็นชีวิตที่อิสระกว่า)

บางคนก็ให้มองหาคนที่มาดูแลรับผิดชอบ แล้วฝากชีวิตไว้กับอีกฝ่ายนึงไปเลย...

ลองคิดดูดีๆ ว่าคุณมองหาอะไรในชีวิตคู่นะคะ บางทีคุณอาจจะไม่ได้เบื่อเพราะเรื่องเงินก็ได้นะคะ อาจจะมีสาเหตุอื่น เช่น ความเป็นอิสระ? หรืออื่นๆ ค่ะ เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ แต่ Meesook ก็คิดว่า ชีวิตคู่ก็มีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญมากกว่าเรื่องเงินด้วยค่ะ อย่างเช่นเรื่องจิตใจ เรื่องน้ำใจที่ต้องมีต่อกันทั้งสองฝ่าย give and take น่ะค่ะ ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายนึงได้อยู่ฝ่ายเดียว มันก็คงไม่น่าจะเป็นชีวิต"คู่" นะคะ

เอิ่ม... แอบขอโปรยคำถามอีกนิดนึง

ก่อนที่จะมีแฟน คุณจัดการเรื่องการเงินยังไงเหรอคะ? หาเงินเอง ใช้จ่ายด้วยตัวเองหรือเปล่าคะ? ถ้าคำถามฟังดูละลาบละล้วงเกินไป ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ จริงๆ แค่อยากแนะนำให้นึกถึงส่วนนี้ด้วยน่ะค่ะ
fatwoman
#40
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ เข้าใจว่าชีวิตที่ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยมีสังคมเป็นอะไรที่ทุกข์มากกว่าที่ใคร ๆ คิด
โดยส่วนตัวแล้วเคยทำงานมาเป็นสิบปี แต่ต้องออกมาตอนท้องลูกแรก ๆ ก็แทบบ้าเหมือนกัน ก็เลยขอให้คำแนะนำว่ามนุษย์ผู้ชายเป็นประเภทเจ้าบุญทุ่มเมื่อแรกรัก จะทำให้เราได้ทู๊กอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ แฟนเราตอนเป็นแฟน ให้กล่องดนตรีข้างในมีทองอยู่เต็ม แต่หลังจากนั้นแล้วขึ้นอยู่กับคนว่าจะช้านานต่างกันขนาดไหน เขาจะซาลง จะแสดงความเป็นตัวเองออกมาชัดเจนขึ้น ถ้าคุณยังทนได้เลยผ่านขั้นการเป็นแฟน กลายเป็นสามี ตัวตนจะยิ่งชัดเจน ฉะนั้นถ้าคุณคิดว่าแค่ 2 ปียังเป็นแบบนี้แล้วคุณให้ความสำคัญกับเรื่องเงินมากมาย โดยไม่มองด้านดีของเขาในเรื่องอื่นเลย คุณก็ต้องเตรียมใจไว้บ้าง แต่ถ้าคุณคิดว่าเขามีความดีด้านอื่น คุณก็อาจต้องปรับตัว อยู่กับตัวเอง อยู่กับหนังสือ ใช้ของเดิม ๆ ที่มีอยู่แล้วให้คุ้มค่า หรือไม่ก็ซื้อแต่ไม่ให้เขารู้บ้าง ใช้เงินอย่างมีสติมากขึ้น เพื่อแลกกับความราบรื่นในชีวิตคู่
เพราะเรามองว่าไม่ใช่แฟนคุณเป็นคนเดียวหรอก ผุ้ชายเกือบ 80 % เป็นแบบนี้เขาคิดว่าเขาทำงานเหนื่อย แต่เราสบายใช้เงินเขาอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักเราน่ะคะ แต่แค่เขาไม่ชอบนิสัยส่วนนี้ของเรา เราก็ปรับซะแต่ไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนตัวเอง พล่ามซะยาวเลย ยังงัยขอเป็นกำลังใจให้ค่อย ๆ คิด พิจารณาชั่งข้อดีข้อเสียน่ะค่ะ
chananant
#41
ว่าจะเลิกตอบกระทู้นี้แล้วเชียว แต่อดไม่ได้จริง ๆ

เราไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงสมัยนี้เท่าไหร่ (เอ...จริง ๆ เราก็ยังไม่แก่นะ) ว่าทำไมถึงคิดว่าการแชร์กันหรือแยกกระเป๋ากันใช้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือการที่คิดว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายที่นานวันเข้าก็จะเปลี่ยนไป เรากลับเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ ถ้าเป็นเรื่องธรรมดา งั้นหมายความว่าตอนเป็นแฟนเรารักกัน เค้าทำเพื่อเราได้ทุกอย่าง แต่พอแต่งงานเค้ารักเราน้อยลง, เปลี่ยนไป ในขณะที่เรารักเค้ามากขึ้นและต้องยอมทำใจรับกับสิ่งที่เค้าเปลี่ยนไปเหรอ เราเชื่อว่าลึก ๆ แล้วผู้หญิงน่ะรู้อยู่แก่ใจว่าเค้ารักเราน้อยลงแต่ไม่กล้ายอมรับความจริงต่างหากหรือจะให้บังคับก็บังคับเค้าไม่ได้ กลัวเค้าเลิก เลยตั้งเหตุผลขึ้นมาปลอบใจตัวเองว่า เอาน่า ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ

อยู่คนเดียวก็หาเลี้ยงตัวเอง อยู่สองคนก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองแถมเปลืองตัวอีก ปากบอกว่าพยายามปรับตัวเข้าหากัน (แต่จริง ๆ แล้วกัดฟันอดทนเต็มที่) ลองนึกดูดี ๆ ว่าอย่างนี้ใครรักใครมากกว่ากัน

คนเฒ่าคนแก่ของเราเค้าสอนว่าอย่าไปมองข้อดีของเค้าเพราะพอถึงเวลาเค้าไปมีคนอื่น ถามว่าคุณยังจะยอมเค้าอยู่ไหมเพื่อเห็นแก่ความดีของเค้า ในทางกลับกันถึงเวลานั้นเค้าแทบไม่เห็นแก่ความดีของคุณด้วยซ้ำไป เค้าจะคิดแต่ว่าเราไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คนใหม่สิดีกว่าอีก เวลาทะเลาะกันจริง ๆ ไม่มีใครเอาข้อดีมาด่ากันหรอกค่ะ จะขุดกันมาแต่ข้อเสีย ดังนั้นถ้าจะคบกันจริง ๆ ขอให้ดูว่าข้อเสียเค้ามีอะไรบ้างแล้วเรารับได้รึเปล่า ข้อดีไม่ต้องไปพูดถึงค่ะเพราะทุกคนน่ะมันมีความดีในตัวทั้งนั้นแหละ

วันใดที่คุณหาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอดแล้วไปพบทีหลังว่าเค้าไปหาเลี้ยงผู้หญิงคนอื่นหรือว่ามาขอหย่ากับเราเพื่อไปอยู่หาเลี้ยงกับผู้หญิงคนใหม่โดยขอแบ่งครึ่งทรัพย์สินที่เราร่วมหามาด้วยกัน เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ายังจะทำใจรับกันได้รึเปล่าว่า เอาน่า ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้แหละ แบ่งให้เค้าไปเถอะ
nutella
#42
ว่าจะไม่ตอบแล้วเหมือนกันค่ะ ^_^ อยากจะบอกว่าอย่าพยายามเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเลยนะคะ ทุกครอบครัว ทุกคู่มีความแตกต่างและหลากหลายค่ะ อย่างคู่เค้าไม่เหมือนเราก็ไม่ได้หมายความว่าความรักของเค้าไม่เฟอเฟ็ค ต้องอย่างชั้นซิถึงจะดี ถึงจะโอเค แบบนี้ซิถึงเรียกว่ารักจริง คนเรานั้นลองมองให้กว้างๆ มองให้กลางๆ อย่าเอาบรรทัดฐานของตัวเองมาวัดคนอื่นค่ะ :)
mokkuchang
#43
น้ำใจเย็นนะคะ นอกจากเรื่องเงินกับเรา เค้ามีปัญหาเรื่องอื่นอีกหรือป่าว
เค้าอาจอยากให้เราประหยัดเพื่ออนาคตก้อได้ค่ะ คนหากับคนใช้มันต่างกันคะ
เราก้อเปงเวลาไปข้างนอก ไปทานข้าว ซื้อของ ถ้าเราซื้อบ่อยๆ ติดๆกันทุกวัน
แฟนเราก้อบ่นเหมือนกันค่ะ เราใช้เงินเก่งเหมือนกัน เค้าเป็นคนหา ก้อต้องบ่น
เป็นธรรมดา แต่คงไม่มีอารัยหรอกค่ะ เศรษฐกิจไม่ค่อยดีค่ะ ต้องประหยัด
เปงธรรมดา อย่าคิดว่าเค้าเปลี่ยนไปเลย เราใช้เหตุผลเข้ามาตัดสินใจดีกว่าคะ
อย่าใช้อารมเลยนะคะ รักกันไว้ คิดถึงเรื่องดีๆไว้ค่ะ
amm
#44
Originally Posted by 69
ว่าจะเลิกตอบกระทู้นี้แล้วเชียว แต่อดไม่ได้จริง ๆ

เราไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงสมัยนี้เท่าไหร่ (เอ...จริง ๆ เราก็ยังไม่แก่นะ) ว่าทำไมถึงคิดว่าการแชร์กันหรือแยกกระเป๋ากันใช้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือการ ที่คิดว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายที่นานวันเข้าก็จะเปลี่ยนไป เรากลับเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ ถ้าเป็นเรื่องธรรมดา งั้นหมายความว่าตอนเป็นแฟนเรารักกัน เค้าทำเพื่อเราได้ทุกอย่าง แต่พอแต่งงานเค้ารักเราน้อยลง, เปลี่ยนไป ในขณะที่เรารักเค้ามากขึ้นและต้องยอมทำใจรับกับสิ่งที่เค้าเปลี่ยนไปเหรอ เราเชื่อว่าลึก ๆ แล้วผู้หญิงน่ะรู้อยู่แก่ใจว่าเค้ารักเราน้อยลงแต่ไม่กล้ายอมรับความจริง ต่างหากหรือจะให้บังคับก็บังคับเค้าไม่ได้ กลัวเค้าเลิก เลยตั้งเหตุผลขึ้นมาปลอบใจตัวเองว่า เอาน่า ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ

อยู่คนเดียวก็หาเลี้ยงตัวเอง อยู่สองคนก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองแถมเปลืองตัวอีก ปากบอกว่าพยายามปรับตัวเข้าหากัน (แต่จริง ๆ แล้วกัดฟันอดทนเต็มที่) ลองนึกดูดี ๆ ว่าอย่างนี้ใครรักใครมากกว่ากัน

คนเฒ่าคนแก่ของเราเค้าสอนว่าอย่าไปมองข้อดีของเค้าเพราะพอถึงเวลาเค้าไปมีคน อื่น ถามว่าคุณยังจะยอมเค้าอยู่ไหมเพื่อเห็นแก่ความดีของเค้า ในทางกลับกันถึงเวลานั้นเค้าแทบไม่เห็นแก่ความดีของคุณด้วยซ้ำไป เค้าจะคิดแต่ว่าเราไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คนใหม่สิดีกว่าอีก เวลาทะเลาะกันจริง ๆ ไม่มีใครเอาข้อดีมาด่ากันหรอกค่ะ จะขุดกันมาแต่ข้อเสีย ดังนั้นถ้าจะคบกันจริง ๆ ขอให้ดูว่าข้อเสียเค้ามีอะไรบ้างแล้วเรารับได้รึเปล่า ข้อดีไม่ต้องไปพูดถึงค่ะเพราะทุกคนน่ะมันมีความดีในตัวทั้งนั้นแหละ

วันใดที่คุณหาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอดแล้วไปพบทีหลังว่าเค้าไปหาเลี้ยงผู้หญิง คนอื่นหรือว่ามาขอหย่ากับเราเพื่อไปอยู่หาเลี้ยงกับผู้หญิงคนใหม่โดยขอแบ่ง ครึ่งทรัพย์สินที่เราร่วมหามาด้วยกัน เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ายังจะทำใจรับกันได้รึเปล่าว่า เอาน่า ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้แหละ แบ่งให้เค้าไปเถอะ


แหะ แหะ มองโลกในแง่ร้ายไปหน่อยป่าวจ๊า ล้อเล่นน๊า มองอีกมุม ถ้าผู้ชายคิดแบบนี้เหมือนกัน จะทำไงดีล่ะคะ
chananant
#45
Originally Posted by nutella
ว่าจะไม่ตอบแล้วเหมือนกันค่ะ ^_^ อยากจะบอกว่าอย่าพยายามเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเลยนะคะ ทุกครอบครัว ทุกคู่มีความแตกต่างและหลากหลายค่ะ อย่างคู่เค้าไม่เหมือนเราก็ไม่ได้หมายความว่าความรักของเค้าไม่เฟอเฟ็ค ต้องอย่างชั้นซิถึงจะดี ถึงจะโอเค แบบนี้ซิถึงเรียกว่ารักจริง คนเรานั้นลองมองให้กว้างๆ มองให้กลางๆ อย่าเอาบรรทัดฐานของตัวเองมาวัดคนอื่นค่ะ :)


เราไม่ได้หมายความว่าอย่างที่เราอธิบายไปมันเพอร์เฟคนะคะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานด้วย เพียงแต่ว่าให้คุณตอบตัวเองให้ได้ก็แล้วกันว่า ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างทั้ง ๆ ที่มันฝืนใจเรามาก ๆ แต่เค้าไม่เห็นยอมเราเลย ใครรักใครมากกว่ากัน

สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่เจ้าตัวเค้าจะเลือกค่ะว่าจะไปทางไหน จะยอมกัดฟันอดทนเพื่อประคับประคองชีวิตคู่เพียงเพราะยึดติดว่าอุตส่าห์คบกันมานานก็ไม่เป็นไรหรือธรรมชาติของผู้ชายก็เป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องอย่างนี้มันต้องมีคนนึงได้เปรียบ คนนึงเสียเปรียบอยู่แล้ว คุณอยากจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็เลือกเอาค่ะ ไม่ได้ว่าอะไร

ตอนอยู่เป็นโสดอยู่กับพ่อกับแม่ พ่อแม่ไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ แต่กลับมายอมเครียด เป็นทุกข์เพราะใครก็ไม่รู้ และยังไม่ยอมรับความจริงอีกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบอีกก็แล้วแต่ค่ะ แต่ละคู่ก็เลือกเอาเองละกัน

ตอบคุณ amm ถ้ามองกลับกันผู้ชายคิดแบบนี้บ้างจะทำยังไง ก็แสดงว่าเค้าไม่ได้รักคุณจริง ๆ น่ะค่ะ ผู้หญิงเป็นแฟนด้วย ไปไหนมาไหนด้วยกันหรือแต่งงาน มันก็เป็นฝ่ายเสียหายทั้งนั้นแหละค่ะ ดังนั้นผู้ชายควรชดเชยอะไรให้เราบ้าง ไม่ใช่เปลืองตัวก็เปลืองยังจะนั่งอมทุกข์ เป็นทุกข์กับความสัมพันธ์นั้น ๆ อีก แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ บางคนเค้าอาจจะอยู่ในสถานะแบบนี้อยู่จนถึงตอนนี้ก็ได้ ก็เลยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทนได้ (รักเค้ามากกว่าตัวเองอีก แต่ไม่ยอมรับความจริง) ก็เลยไม่ถือสาเรื่องแบบนี้

ตอนนี้ยังรักกันดีอยู่ก็ดีค่ะ อาจจะคิดว่าเราเห็นแก่ตัว มองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่า แต่วันในที่ทะเลาะกันขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรเหลือเป็นของคุณเลย วันนั้นอย่าเสียใจนะคะ

ที่เขียนมาเราแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ถ้าใครยินยอมจะให้ตัวเองถูกเอาเปรียบก็ไม่ว่ากันค่ะ คุณอาจจะเป็นผู้หญิงเก่ง หาเงินได้เองเลยไม่ถือสาก็ได้
baiyaa
#46
มีลูกด้วยกัน ต้องคิดให้มากน๊ะๆๆ
authentic_only
#47
Originally Posted by pong-toffee
คบกันคาดหวังอะไร
ได้ใจหรือได้เงิน
ใจเราหรือใจเขา
เป็นเราเราจะตอบคำถามให้กับตัวเองก่อน

[INDENT]อยากจะตอบตั้งแต่วันแรกแล้วเหมือนกันค่ะ และชอบความเห็นนี้ข้างบนนี้ค่ะ ^^

และก็ชื่นชมคุณ rinsai ป๋ามากๆ เลยค่ะ (จากใจเลยเนี่ยะ)


ความเห็นของเรานะคะ

เงินของข้าใครอย่าแตะ ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย ต่างคนต่างมีภาระและสังคมของตนเอง

ส่วนที่ได้มาฟรีๆ ถือว่าเป็นกำไรของความสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่รับอย่างเดียว ควรให้กลับบ้าง

ถ้าให้เค้าไม่ได้เท่าที่เค้าให้เรา อย่าเป็นภาระเพิ่มให้เค้า

ความมั่นคง เราควรสร้างด้วยตัวของเราเอง อย่าหวังพึ่งหรืออยากได้ของใคร

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าคิดว่าคนนี้พึ่งไม่ได้ ลองคิดดูว่าเราเคยทำตัวเป็นที่พึ่งให้เค้า(บ้าง)หรือยัง

ถ้ายังไม่เคย จะเลิกหรือจะอยู่แล้วแต่ใจ

ถ้าให้แล้ว จะเลิกหรือจะอยู่ ก็แล้วแต่ใจ

แล้วชั้นตอบทำไมเนี่ยะ :confused:
[/INDENT]
oum_ja
#48
[SIZE="4"]ไม่มีความเห็นค่ะว่าควรเลิกคบหรืออยู่ต่อไป......ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต

โดยส่วนตัวเวลามองความรัก

มักใช้สองสิ่งมองคือ สมอง+หัวใจ;)

ถ้าใช้สมองมองอย่างเดียว....คงไม่ต่างอะไรจากคนที่เห็นแก่ตัว

แต่ถ้าใช้ความรักอย่างเดียวในการตัดสินปัญหา.....คำตอบที่ได้มักไม่เที่ยงตรง เหมือนคนตาบอด คล้ำถูกคล้ำผิด

ลองเลือกพิจารณาดูว่าคุณควรให้ความสำคัญด้านไหนมากที่สุดค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ:)
vpattra
#49
Originally Posted by rinsai
คุณโชคดีมากค่ะ

เราจบป. โท แฟนยังไม่จบป. ตรี (อายุเท่ากัน)
เราเงินเดือนหลายหมื่น แฟนเงินเดือนไม่กี่พัน
เราซื้อเป๋าตังค์ เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้าให้แฟน แฟนไม่เคยซื้ออะไรให้เรา (วันเกิดก็ต้องทวงเอาอ่ะนะ)
เราให้เงินแฟนเดือนละไม่ต่ำจาก 5000 แต่แฟนไม่เคยให้เงินเรา (บางทีให้มา 500 แต่ก็เอาคืนไป 1500)
เรามีรถ แฟนไม่มี แถมเราต้องขับรถให้แฟนนั่ง
ส่วนใหญ่ไปไหนเราจ่ายตลอด แฟนจ่ายบ้างแต่น้อยมาก

พูดแค่นี้หลายคนก็ถามแล้วว่าคบทำไม... บอกได้คำเดียวว่า "ยังรัก"
และไม่ได้คิดเรื่องอนาคตร่วมกัน เพราะถ้าคิดปุ๊บ ต้องเลิกคบทันทีทันใด
ที่เราคบเค้า เราไม่เคยคบเพื่อหวังให้เค้ามาเติมเต็ม เพราะเรามีเต็มอยู่แล้ว
แต่เราคบเค้าบนพื้นฐานและความคิดที่ว่า "เราพร้อมที่จะอยู่คนเดียว
ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการมีคนรัก
เราเลยคิดว่า "ถ้าเรายังรักกัน และยังไม่เดือดร้อนอะไรมากจากการคบกับเค้า
เราก็ไม่รู้ว่าจะตัดเค้าออกไปจากชีวิตเราทำไม เพราะเราก็ยังรักกัน"


เราจะบอกกับทุกคนเลยว่า...
ใครมาเป็นแฟนเรา ไม่ต้องซื้อนู่นซื้อนี่อะไรให้เราหรอก
ขอแค่รักเราและเอาตัวเองให้รอด ไม่มาเบียดเบียนเราเท่านั้นก็บุญเราแล้วค่ะ


เป็นกำลังใจให้นะคะ เราหวังว่าเรื่องของเราคงทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นนะคะ


`สุดยอดเลยค่ะ บอกได้คำเดียว น่านับถือมากๆ

Originally Posted by LoVe59
คุณrinsai แฟร์มากๆ...สุดยอดค่ะ
ชอบประโยคนี้ของคุณด้วย "ถ้าเราแต่งงานกับใครไปแล้วชีวิตมันแย่ลง เราก็ไม่แต่ง"


เห็นด้วยค่า

Originally Posted by cocoa
ตอนเค้าให้คุณทุกอย่างคุณแสดงความเอื้อเฟื้อมั่งมั้ยคะ
ทุกอย่างมี limit อ่ะค่ะ

สิ่งที่คุณเคยได้ ไม่ใช่สิ่งที่เป็น "หน้าที่" ที่เค้า "ต้องทำ"
แต่เป็น "น้ำใจ" และ "ความรัก" ที่เค้ามอบให้

การที่เค้าไม่ให้ก็ต้องมาพิจารณาดูว่าเค้าเปลี่ยนไปเพราะอะไร
อาจเป็นที่เค้าเอง หรืออาจเป็นที่การรับอย่างเดียวตลอดหนึ่งปีของคุณค่ะ


ขอโทษที่พูดตรงๆ


เห็นด้วยอย่างยิ่งเช่นกันค่ะ


ความเห็นของวีร์นะคะ
คนคบกันเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมีทั้งให้ และรับ บางครั้งไม่ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้มากกว่าอีกฝ่าย ก็ไม่ต้องไปคิดเล็กคิดน้อยอะไรมากมายหรอกค่ะ เพราะว่าส่วนมากแล้วคนที่ต้องจ่ายตังค์จะเป็นคนที่คิดมากๆ และคิดว่าเราจ่ายมากกว่าเขา ทั้งๆที่จริงๆแล้วอาจจะเท่ากันก็ได้ หรือ อีกฝ่ายจ่ายครั้งเดียว ตูมใหญ่ แต่อีกฝ่ายจ่ายเล็กๆน้อยๆแต่หลายๆครั้ง

ประเด็นคือ ถ้าคบกับแฟนแล้วคิดแต่เรื่องเงิน ก็คงปวดหัว ทะเลาะ และเลิกกันไปหลายคู่แล้วล่ะค่ะ

แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแบบนี้(เคสพี่จขกท.) เป็นวีร์ วีร์จะคุยนะ จะถาม จะรู้ให้ได้ว่า เพราะอะไร ทำไม เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ทำไมเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้

ขอโทษจริงๆนะคะ ถ้าอันนี้ตรงไป แต่...ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่ต้นเหตุหรือเปล่า?

พี่จขกท.เคยชินกับที่เขาจ่ายให้ตลอด จนพี่เลยไม่ชอบที่จะต้องออกเองหรือเปล่าคะ? แล้วที่แฟนพี่เขาออกให้พี่ตลอด เท่ากับเขาเป็นฝ่ายให้ตลอด พี่เคยได้ให้อะไรเขากลับมั่งหรือเปล่าคะ?

คนเป็นแฟนกัน เขาต้องมีทั้งให้ และ รับ เนอะ?

วีร์ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามาตอบช้าไปหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มาทำให้หลายๆคนรู้สึกแย่กับความ ตรง ของวีร์หรือเปล่า?

แต่วีร์ไม่ชอบ เฟค อ่ะค่ะ ก็ถ้าอยากแก้ปัญหา ก็ต้องหา ต้นเหตุที่แท้จริง และแก้ให้ตรงจุด

ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าหลายคนมาอ่านแล้วไม่ชอบกับความเห็นวีร์ แต่มันก็แค่ความเห็นอ่ะค่ะ

ยังไงก็ เป็นกำลังใจให้พี่ จขกท. ละกันนะคะ

ปล.วีร์เองก็ออก feminist เหมือนกัน แต่...คนเรารักกันแล้ว คบกันแล้ว บางครั้งบางเรื่องมันก็ต้องยอมกันบ้างเนอะ
viris
#50
คุณ Rinsai สุดยอดค่ะ นับถือๆเป็นหญิงสมัยใหม่ที่เก่งจริงๆ

เคยอ่านหนังสือ คุณกะละแมร์ บอกว่า "เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องเดียวที่ทำให้เลิกกัน"
อืม.....เราว่านะเวลาคนเราคบกันใหม่ๆ เรามักจะพูดว่ารวย จน ไม่สำคัญรักกันที่ใจ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ข้าวก้ต้องใช้เงินซื้อ น้ำมันรถก้ต้องใช้เงินซื้อ ไปหาหมอก็ต้องใช้เงินซื้อ ดูหนังฟังเพลง ก็ต้องใช้เงินซื้อ เงินน่ะจำเป็นมากๆ

เวลาไม่มีเงินชีวิตก็ดูเหมือนจะหดหู่ ไม่มีความรื่นรมย์และไม่มีความมั่นใจ แต่ทั้งๆนี้ทั้งนั้น เงินก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ความรักและความเข้าใจก็สำคัญ

เราไม่ชอบเอาเปรียบใคร และก็ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ อเมริกันแชร์นี่จะชอบมากๆๆ 5555 แต่ที่ไทย เวลาไปใหนกันแล้วมาแชร์เพื่อนมันจะมองว่าน่าเกลียด จะต้องมีคนใดคนหนึ่งควัก กับแฟนไปใหนช่วยออกเงิน เค้าก็บอกน่าเกลียดเหมือนกัน สรุปไปทานข้าวดูหนังฟังเพลง แฟนออก แต่ถ้าเราจะซื้ออะไรส่วนตัวเราออกเองไม่เคยขอให้เค้าซื้อให้

แต่ปีนึงเราก็จะตอบแทนเค้าที โดยการให้ของขวัญแพงๆให้ อย่าง ทอง หรือ นาฬิกา เป็นการบอกว่า ขอบคุณนะคะที่ pay ให้ทั้งปี ส่วนตัวเรา เรารู้สึกไม่ติดค้างแฟน และแฟนไม่เคยบอกว่าเรางกอยากได้ฝ่ายเดียวหรืออะไรเลย

อันนี้เล่าจากประสบการณืนะคะ ว่าจะพูดนิดเดียว ยาวเลย :D

สรุป พยายามหาเงินใช้เอง ไม่ร้องขอ แล้วเค้าจะให้หรือไม่ให้เราก็ไม่มายด์ค่ะ ^^
beinspirer
#51
จะบอกว่าแฟนแอร์เป็นเหมือนกันเลยค่ะ แต่แอ์มีเหตุผลที่จะอธิบายให้ฟังแล้วไม่ทำให้คุณคิดมากไปมากกว่านี้ และมองคุณแฟนในแง่ดีมากขึ้นนะคะ

แอร์คบกับแฟนมาสองปีแล้วค่ะ จะบอกว่า มีช่วงนึงคิดเหมือนคุณเค้กเลยว่าทำไมเค้าถึงเปลี่ยนไปทำไมเค้าไม่เทคไม่ซื้อของไม่ไปไหนมากไหนบ่อยๆด้วยกันเหมือเคย
เพราะช่วงคบกันถึงปีนึงใหม่ๆ เค้าเทคเราดีมา ขับรถมารับไปส่ง พาไปกินขนม กินข้าวดีดีด้วยกันทุกเดือน เดือนละครั้ง ตอนวันที่เราคบกัน ให้ของขวัญ มีดอกไม้ พูดดีๆ
ตอนพอเข้าปีที่สอง เค้าก็จะเริ่ม เลี้ยงเราน้อยลง จนบางทีก็ให้เราเลี้ยง ออกมาหาเราน้อยลงบ้าง พาเราไปเที่ยวน้อยลง แล้วก็บอกว่าไม่มีเงิน
ตอนแรกๆก็น้อยใจค่ะ น้อยใจมากว่าเอ๊ะทำไม เค้าถึงเปลี่ยนไปแล้วก็อยากเลิกมากๆ
จนแบบคิดๆไปพักนึง ถึงได้รู้อ่ะค่ะ ว่าเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีมากจริงๆ
บ้านแฟนแอร์ที่เคยทำธุรกิจเดินทางระหว่างประเทศเค้าได้ลูกค้าน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากๆอ่ะค่ะ
หายไปมากกว่าเกือบครึ่ง ทำให้เงนที่เข้ามาก็น้อยลงไปด้วย และเค้าเองก็รุตัวเค้าก็เลยประหยัดมากขึ้น
แต่เค้าเองก็ไม่อยากให้เราเสียใจ แล้วก็รู้ถึงปัญหาที่เค้ามีตอนนี้เค้าก็เลยเลือกที่จะไม่บอกเรา
เราเองก็คิดไปต่างๆนาๆ แต่จริงๆแล้วเค้าก็ยังรักเราเหมือนเดิมแหล่ะค่ะ
อาจจะมีบ้างที่เหมือนเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วเค้าก็ยังจำวันสำคัญๆได้นะคะ แต่แทนที่จะออกไปบ่อยๆ ก็อาจจะออกไปแค่วันที่สำคัญๆเท่านั้น เพื่อจะได้ประหยัดอ่ะค่ะ


คุณ จขกท อย่าคิดมากเลยค่ะ ผุ้ชายเค้าก็คงมีเรื่องมีปัญหาของเค้าที่เค้าไม่อยากบอกเพราะกลัวเราไม่สบายใจ ยังงัยลองคิดซะว่าการที่เค้าพาเราไปน้อยลงก็ช่วยให้เราประหยัดเงินมากขึ้นไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อแต่ของที่จำเป็นแล้วกันนะคะ ^^

ลองมองหลายๆ ด้านมองออกไปด้านอื่นแล้วอะไรๆจะดีขึ้นค่ะ อย่ามัวแต่มองถึงอดีตเลยค่ะว่ามันเคยเป็นยังงัย เพราะเวลาผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยนตามไปด้วยน่ะค่ะ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมตลอดไปนะคะ ^^


เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3